นก ที่ บินเร็วที่สุดในโลก
Spine-tailed swift คือ นกที่บินเร็วที่สุดในโลก(บินในแนวระดับ) มีลักษณะคล้ายนกนางแอ่น พวกมันสามารถบินได้เร็วกว่า 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง

- พวกมันเป็นนกในตระกูล Swift ขนาดใหญ่ที่สุด
- ทำรังอยู่ตามหน้าผาสูงชัน หรือโพร่งต้นไม้
- กินแมลงเป็นอาหาร
 
แต่หากบินในแนวดิ่งต้อง Peregrine Falcon คือ สัตว์ ที่ เร็วที่สุดในโลก เหยี่ยวชนิดนี้สามารถดิ่งลงมาด้วยความเร็วกว่า 320 โลเมตร/ชั่วโมง
 

 

ปลาทูน่านี้น้ำหนักถึง 342 กิโลกรัม และราคาประมูลสูงถึง 396,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 12,000,000 บาท ซึ่งถือเป็นปลาทูน่าที่มี ราคาจำหน่ายแพงที่สุดในโลก โดยผู้ประกอบกิจการภัตตาคาร "ซูชิ" ระดับหรูหราของ ญี่ปุ่น และฮ่องกง 3 ราย ได้ร่วมกันประมูลซื้อปลาทูน่านี้ เนื่องจากมั่นใจในความสด และคุณภาพของเนื้อปลา ปลาทูน่าตัวนี้ถูกจับได้ในทะเลแถบเกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น
หญิงอเมริกัน แต่งงานกับหอไอเฟล

ชายชาวจีน แต่งงานกับตัวเอง
 
 
หนุ่มญี่ปุ่น แต่งงานกับตัวละครในเกมส์
 
ชายอเมริกัน แต่งงานกับรถไฟเหาะ
 
ชายชาวเกาหลี แต่งงานกับหมอน
 
 
หญิงอินเดีย แต่งงานกับงูเห่า
 
 
 
 
ที่มา.../board.postjung.com
5. Hillary Scott
จัดว่าอายุน้อยที่สุดใน 5 คน โดย Hillary นี้เธอดังมาจากรายการวิทยุชื่อดังของ Howard Stern และหลังจากนั้นก็เซ็นสัญญากับ SexZ จนได้รับสัญญาแสดงหนังโป๊ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 1 ล้านดอลล่าร์ และปัจจุบันก็ยังมีงานดีๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆไม่ขาดสาย
4. Houston
Houston สร้างผลงานสะท้านโลกเมื่อเธอขอมี Sex กับผู้ชาย 620 คนพร้อมๆ กัน แค่งานเดียวเธอรับทรัพย์ไปกว่า 1 ล้านดอลล่าร์แล้ว นอกจากนั้นก็ยังมีงานหนังโป๊อื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

3. Maria Takagi

สุดยอดดารา AV จากญี่ปุ่นชื่อดัง เธอทำสถิติมากมายให้กับวงการ AV ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นค่าตัวสูงที่สุด ทำรายได้มากที่สุด และยอดขายสูงที่สุดแล้ว เธอยังผันตัวออกมาเป็นดารา นักร้อง นักแสดง พิธีกร โดยคาดว่าเธอมีทรัพย์สินมากกว่า 273 ล้านเยน หรือกว่า 90 ล้านบาท

2. Tera Patrick
“ฉัน ทำทุกอย่าง เพื่อทุกคนตอนที่ฉันเข้าวงการใหม่ๆ "ตอนนี้ฉันขอทำเพื่อตัวเองบ้างล่ะ” Tera Patrick ดาราหนังโป๊ชื่อดังพูดไว้ โดยอดีตนางพยาบาลที่ผันตัวมาแสดงหนังโป๊ ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของรายการทีวี Teravision และมีหนังโป๊ดีๆ จากเธอกว่า 15 เรื่องต่อปี ทำให้ปัจจุบัน Tera มีทรัพย์สินกว่า $30 ล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว

1. Jenna Jameson
ดาว โป๊ที่ดังที่สุดในโลก หลังจากแสดงหนังโป๊มากมายหลายร้อยเรื่อง Jenna ก็ผันตัวมาตั้งบริษัทผลิตหนังโป๊เสียเองที่ชื่อ ClubJenna แถมยังดังเสียด้วย หลังจากนั้นมาในปี 2005 ค่ายหนังของเธอก็ถูกซื้อไปโดย PlayBoy ตอนนี้คาดว่าเธอจะมีทรัพย์สินกว่า 30 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 1,000 ล้านบาท !!

ที่มา..http://atcloud.com/stories/88452

Neodymium magnet แม่เหล็กนีโอดิเมียม เป็นแม่เหล็กที่สร้างจาก แร่แม่เหล็กหายาก ที่ชื่อว่า neodymium ผสมกับแร่อื่นๆอีก ปัจจุบันถือว่า แม่เหล็กที่ผลิตจาก แร่นีโอดิเมียม ถือว่าเป็นแม่เหล็กแบบถาวรที่ ทรงพลังที่สุดในโลก ที่มนุษย์คิดค้นขึ้น แม่เหล็ก ที่ ทรงพลังที่สุดในโลก ( Neodymium magnet ) แม่เหล็ก ที่ ทรงพลังที่สุดในโลก แม่เหล็ก ที่ ทรงพลังที่สุดในโลก ( Neodymium magnet ) Neodymium magnet แม่เหล็กนีโอดิเมียม เป็นแม่เหล็กที่สร้างจาก แร่แม่เหล็กหายาก ที่ชื่อว่า neodymium ผสมกับแร่อื่นๆอีก ปัจจุบันถือว่า แม่เหล็กที่ผลิตจาก แร่นีโอดิเมียม ถือว่าเป็นแม่เหล็กแบบถาวรที่ ทรงพลังที่สุดในโลก ที่มนุษย์คิดค้นขึ้น
 
รายละเอียดเกี่ยว กับแม่เหล็กนีโอดิเมียม
* แม่เหล็กนีโอ ดิเนียม ผลิตจาก แร่นีโอดิเมียม(Neodymium) , แร่เหล็ก(Iron) , แร่โบรอน(Boron) โดยผลิตให้โครงสร้างของเนื้อโลหะผสม(Alloy) เป็นแบบ Tetragonal Crystalline
* ค่ากำลังสนามแม่เหล็ก (Remanence) 1 - 1.4 T
* Coercivity 750-2000 kA/m
* ค่าความหนาแน่นของพลังงานแม่เหล็ก(Energy Product) 200-400 kJ/cu.m
* อุณหภูมิที่ทำให้สูญเสียความสามารถการเป็นแม่เหล็ก (Curie Temperature ) 310-400 เซลเซียส
* แม่เหล็กนีโอดิเนียม ใช้ผลิตอุปกรณ์ที่ต้องการใช้แม่เหล็กกำลังสูง เช่น ฮาร์ดดิส เครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ(MRI) แม่เหล็กในมอร์เตอร์ ฯลฯ
* กำลังของแม่เหล็กนีโอดิเมียม มากเพียงพอ จะยกเหล็กที่เหล็กกว่าตัวเอง 1,000 เท่า ได้อย่างสบาย
 
รูป นี้ แสดงให้เห็นถึงกำลังของแม่เหล็กนีโอดิเมียม ได้อย่างชัดเจน ลูกเหล็กทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.63 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 196.1 กรัม ลูกเหล็กทรงกลมทั้งสามลูกเชื่อมต่อด้วย แม่เหล็กนีโอดิเมียมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 มิลลิเมตร หนา 1.5 มิลลิเมตร น้ำหนักก้อนละ 0.143 กรัม ข้อมูลอ้างอิง แม่เหล็ก ที่ ทรงพลังที่สุดในโลก
 
ที่มา...http://wowboom.blogspot.com

สำนักพิมพ์เทเลกราฟ เผยรายชื่อ “20 อันดับเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก” (พิจารณาจากระยะเวลาในการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่อดีตตราบจนปัจจุบัน) ซึ่งคัดมาจากหนังสือ “ไทม์เอาท์’ส  ไกด์ ทู เดอะ เวิลด์’ส เกรทเทส ซิตี้”

20. เมืองพาราณสี (Varanasi) ประเทศอินเดีย

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล

“เมืองพาราณสี” ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคงคา เดิมมีชื่อว่า “เบนาเรส” ถือเป็นเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งในศาสนาพุทธและฮินดู ตามตำนานเล่าว่าเมืองพาราณสีสร้างขึ้นโดยพระศิวะเมื่อเกือบ 5 พันปีก่อน แต่นักวิชาการสมัยใหม่เชื่อว่าพาราณสีน่าจะมีอายุกว่า 3 พันปีเท่านั้น

19. เมืองคาดิซ (Cadiz) ประเทศสเปน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,100 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองคาดิซตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นออกไปใน อ่าวคาดิซ (มหาสมุทรแอตแลนติก) เป็นที่ตั้งของกองทัพเรือสเปนมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 ในยุคแรกๆ เมืองนี้เคยถูกพ่อค้าชาวฟีนิเชียใช้เป็นจุดซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า ต่อมาได้ตกเป็นอาณานิคมของชาวคาร์เธจ (ราว 500 ปีก่อนคริสตกาล) และได้กลายเป็นฐานในการแย่งชิงดินแดนในคาบสมุทรไอบีเรียของแม่ทัพฮานนิบาล ในเวลาต่อมาเมืองคาดิซได้ตกเป็นของชาวโรมัน และมัวร์ ตามลำดับ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ในยุคการสำรวจทางทะเล

* 3 อันดับต่อไปนี้ก่อตั้งในเวลาใกล้เคียงกัน *

16. เมืองธีบส์ (Thebes) ประเทศกรีซ

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,400 ปีก่อนคริสตกาล

ซากป้อมปราการในยุคโบราณ

ในอดีตธีบส์ เคยเป็นศัตรูตัวฉกาจของชาวเอเธนส์โบราณ ทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด (และเป็นผู้นำ) แห่งแคว้นโบเธีย ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างสปาร์ตากับเอเธนส์ (ในสมัยโบราณดินแดนต่างๆ ของกรีก มักจะทำสงครามสู้รบกันเอง) แม้ จะอยู่ในดินแดนกรีกแต่ธีบส์กลับเลือกยืนอยู่ข้างชาวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นศัตรูที่มักบุกเข้ามาทำสงครามกับกรีกหลายครั้ง ถึงขนาดให้ความช่วยเหลือกษัตริย์เซอร์เซส ที่นำกองทัพเปอร์เซียบุกเข้าโจมตีกรีก เมื่อ 480 ปีก่อนคริสตกาล จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าชนเผ่าไมซีเนียนเป็นผู้บุกเบิกและเข้ามาก่อตั้ง ถิ่นฐานที่เมืองธีบส์เป็นกลุ่มแรกๆ  ปัจจุบัน อาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่อย่างเมืองธีบส์กลับกลายเป็นเพียงมาร์เก็ตทาวน์เล็กๆ แต่เนื่องจากมีทัศนียภาพที่งดงามจึงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมา เยี่ยมเยียนเสมอ

16. เมืองลาร์นาคา (Larnaca) ประเทศไซปรัส

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,400 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองลาร์นาคา ก่อตั้งโดยชาวฟีนิเชีย ในอดีตมีชื่อว่า “Citium” ปัจจุบัน เป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นเมืองรีสอร์ทริมทะเลที่ขึ้นชื่อ โดยมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเป็นแนวต้นปาล์มที่สวยงามริมชายหาด ซึ่งมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน

16.  เมืองเอเธนส์ (Athens) ประเทศกรีซ

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,400 ปีก่อนคริสตกาล

เอเธนส์ เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตกและเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตย ทั้งยังเป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2530 รวมทั้งโบราณสถานเก่าแก่สมัยกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ และออตโตมัน ปัจจุบัน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโลก และมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเดินทางไปเยือนในแต่ละปี

15. เมืองบัลข์ (Balkh) ประเทศอัฟกานิสถาน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 1,500 ปีก่อนคริสตกาล

กำแพงแห่งบัลข์

 

บัลข์ หรือที่รู้จักกันในยุคกรีกโบราณภายใต้ชื่อ “แบคตรา” (เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร  “แบคเตรีย” หรือดินแดนโบราณยุคประวัติศาสตร์ในเอเชียกลาง) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน ครั้งหนึ่งเคยได้รับสมญานามจากชาวอาหรับว่าเป็น ‘Mother of Cities’  มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัย  2,500-1,900 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนที่อาณาจักรเปอร์เซียและมีเดียจะเรืองอำนาจ ปัจจุบัน ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตฝ้ายประจำภูมิภาค

14. เมืองกีร์กูก  (Kirkuk) ประเทศอิรัก

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,200 ปีก่อนคริสตกาล

กีร์กูก อยู่ห่างไปทางตอนเหนือของกรุงแบกแดดราว 150 ไมล์ (241 ก.ม.) ตั้งอยู่บนพื้นที่ๆ ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิแอสซีเรีย (ส่วนหนึ่งของเมโสโปเตเมีย) ที่มีชื่อว่า “Arrapha” แม้ว่าปัจจุบัน  กีร์กูก จะกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของอิรัก แต่กำแพงและซากปรักหักพังของป้อมปราการเก่าแก่อายุเกือบ 5 พันปียังคงปรากฏให้เห็นตราบจนกระทั่งทุกวันนี้

13. เมืองอาร์บิล (Arbil) ประเทศอิรัก

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,300 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองอาร์บิล ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองกีร์กูก  ในอดีตเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิแอสซีเรีย เปอร์เซีย ซาสซาเนีย  อาหรับ และออตโตมัน   ทั้งยังเคยเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมในสมัยโบราณ  ปัจจุบัน ป้อมปราการและกำแพงเมืองเก่าแก่ที่อยู่สูงจากระดับพื้นดิน 26 เมตรของเมืองอาร์บิล ยังคงปรากฏให้เห็นและถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง

12. เมืองไทร์ (Tyre) ประเทศเลบานอน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,750  ปีก่อนคริสตกาล

เมืองไทร์ เป็นต้นกำเนิดของตำนาน “เทพียูโรปา” และ “เจ้าหญิงดิโด้ (Dido) หรือ Elissa” นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า เฮโรโดตัส (Herodotus) ซึ่งได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งประวัติศาสตร์” เป็นผู้บันทึกเอาไว้ว่าเมืองไทร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,750  ปีก่อนคริสตกาล ในอดีตเมืองนี้เคยถูกอเล็กซานเดอร์มหาราช (กรีก) บุกเข้ายึดครอง ต่อมาได้รับเอกราชและกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของโรมัน ปัจจุบัน เมืองไทร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรมัน ฮิปโปโดรม” ที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522 )

11. เมืองเยรูซาเลม (Jerusalem) ประเทศอิสราเอล

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 2,800  ปีก่อนคริสตกาล

เยรูซาเล็ม เป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชาวยิว และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับที่ 3 ในศาสนาอิสลาม ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางศาสนาหลายแห่ง อาทิ โดมทองแห่งเยรูซาเล็ม (ในภาพ) ที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างของอิสลามที่เก่าที่สุดในโลก, กำแพงตะวันตก หรือกำแพงร้องไห้,  โบสถ์แห่งสุสานศักดิ์สิทธิ์ และสุเหร่า อัล-อักซา เป็นต้น ในอดีตเยรูซาเล็มเคยถูกข้าศึกล้อม 23 ครั้ง ถูกโจมตี 52 ครั้ง ถูกยึด 44 ครั้ง และถูกทำลาย 2 ครั้ง

10. เมืองเบรุต (Beirut) ประเทศเลบานอน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 3,000  ปีก่อนคริสตกาล

เบรุต เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 5 พันปี ปัจจุบันเป็นทั้งเมืองหลวง ศูนย์กลางการบริหาร วัฒนธรรม  และเศรษฐกิจ ของประเทศเลบานอน จากการขุดค้นทางโบราณคดีปรากฏหลักฐานของชาวฟินิเชีย อารยธรรมเฮลเลนิสติก โรมัน อาหรับ และออตโตมัน (ทั้งยังถูกกล่าวถึงเป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายที่ส่งถึงกษัตริย์ฟาโรห์แห่ง อียิปต์ ในสมัยศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาลอีกด้วย) หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง เบรุต ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา จึงได้รับการจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ ว่าเป็นสุดยอดสถานที่ที่ควรไปเยือนในปี 2009 และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เมืองที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในโลก ประจำปี 2009 โดยโลนลี่ แพลนเน็ตอีกด้วย

9. เมืองกาเซียนเต็ป (Gaziantep) ประเทศตุรกี

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 3,650  ปีก่อนคริสตกาล

เมืองกาเซียนเต็ป ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศตุรกี ใกล้พรมแดนประเทศซีเรีย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ยุคของชาวฮิทไทท์ซึ่งเป็นชนโบราณ บริเวณใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของป้อมปราการราวันด้า ที่ถูกบูรณะซ่อมแซมโดยอาณาจักรไบแซนไทน์ในสมัยศตวรรษที่ 6  และเป็นที่ซึ่งมีการค้นพบศิลปะแบบโมซาอิของชาวโรมัน

* 3 อันดับต่อไปนี้ก่อตั้งในเวลาใกล้เคียงกัน *

6. เมืองพลอฟดิฟ (Plovdiv) ประเทศบัลแกเรีย

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,000  ปีก่อนคริสตกาล

พลอฟดิฟ เป็นเมือง (จังหวัด) ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศบัลแกเรีย ก่อตั้งโดยชาวเทรเชียนโบราณ ต่อมาได้กลายเป็นเมืองสำคัญของชาวโรมัน หลังจากนั้นจึงตกอยู่ภายใต้การครอบครองอาณาจักรไบแซนไทน์ และออตโตมัน ก่อนที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศบัลแกเรีย เมืองนี้เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมที่สำคัญ ทั้งยังมีโบราณสถานและอารยธรรมโบราณหลายแห่งหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน อาทิ อัฒจันทร์และรางน้ำสมัยโรมัน ตลอดจนโรงอาบน้ำของจักรวรรดิออตโตมัน เป็นต้น

6. เมืองไซดอน (Sidon) ประเทศเลบานอน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,000  ปีก่อนคริสตกาล

เมืองไซดอน อยู่ห่างไปทางตอนใต้ของเมืองเบรุตราว 25 ไมล์ (40 ก.ม.) ถือเป็นเมืองสำคัญที่สุด และ (อาจ) เก่าแก่ที่สุดของชาวฟินิเชีย ทั้งยังเป็นรากฐานด้านการค้าอันยิ่งใหญ่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของชาวฟิ นิเชียอีกด้วย กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งพระเยซูและเซนต์ปอล เคยเดินทางไปเยือนเมืองไซดอน รวมทั้งอเล็กซานเดอร์มหาราชที่บุกยึดเมืองกล่าวเมื่อ 333 ปีก่อนคริสตกาลด้วย

6. เมืองฟายุม (Faiyum) ประเทศอียิปต์

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,000  ปีก่อนคริสตกาล

ฟายุม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองไคโร บนพื้นที่ๆ เคยเป็นส่วนหนึ่งของเมือง “Crocodilopolis” หรือ “อาร์สินี” ในสมัยอียิปต์โบราณซึ่งเคารพบูชาจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า “Petsuchos “  ปัจจุบัน เมืองฟายุม มีห้างร้านขนาดใหญ่ มัสยิด และโรงอาบน้ำหลายแห่ง ทั้งยังมีปิรามิด  Lehin และ Hawara ตั้งอยู่บริเวณด้านนอกของตัวเมืองอีกด้วย

5. ซูซา (Susa) ประเทศอิหร่าน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,200  ปีก่อนคริสตกาล

ในอดีต “ซูซา” เคยเป็นเมืองหลวงของเอลามหรือจักรวรรดิเอลาไมท์ ก่อนที่จะถูกจักรวรรดิอัสซีเรียเข้ายึดครอง ต่อมาเมืองซูซาได้ถูกจักรวรรดิเปอร์เชียอคีเมนียะห์  ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิไซรัสมหาราชเข้ารุกราน และได้กลายเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิดังกล่าวในเวลาต่อมา… เมืองซูซายังเป็นต้นกำเนิดของละครเรื่อง “เดอะ เปอร์เซียน” ซึ่งแต่งโดยนักประพันธ์ชาวกรีกที่มีชื่อว่า “เอสชิลุส” (บิดาแห่งโศกนาฎกรรมกรีก) และได้ชื่อว่าเป็นละครเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงถูกนำมาแสดงอยู่ตราบจนปัจจุบัน ทุกวันนี้เมืองซูซาโบราณได้กลายเป็นเมืองยุคใหม่ภายใต้ชื่อ “ชูสห์”  ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดคูเซสถานและมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 1 แสนคน

* 2  อันดับต่อไปนี้ก่อตั้งในเวลาใกล้เคียงกัน *

3. เมืองดามัสกัส (Damascus) ประเทศซีเรีย

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,300  ปีก่อนคริสตกาล

บางตำราระบุว่า “ดามัสกัส” เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก โดยระบุว่าอาจมีการตั้งถิ่นฐานของประชากรมาตั้งแต่สมัย 10,000 ปีก่อนคริสตกาล (ยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม การตั้งรกรากถาวรที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดเริ่มต้นขึ้นหลังจากชาวอา ราเมียนอพยพเข้ามา พร้อมทั้งริเริ่มระบบชลประทาน (คู คลอง) ซึ่งยังคงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการก่อสร้างระบบชลประทานในปัจจุบัน… ดามัสกัส ถูกรุกรานจากชาติตะวันตกเป็นครั้งแรกโดยอเล็กซานเดอร์มหาราช หลังจากนั้นได้ตกอยู่ในครอบครองของจักรวรรดิโรมัน ชาวอาหรับ และจักรวรรดิออตโตมันตามลำดับ ปัจจุบัน ดามัสกัส เป็น เมืองหลวงของซีเรียและเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองเก่าซึ่งมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติ ศาสตร์ให้เยี่ยมชมและศึกษามากมาย

3. เมืองอเล็ปโป้ ประเทศซีเรีย

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 4,300  ปีก่อนคริสตกาล

อเล็ปโป้ เดิมมีชื่อว่าฮาลับ เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศซีเรีย (ราว 4.4 ล้านคน) น่าเสียดายที่เมืองใหม่ในปัจจุบันถูกสร้างทับพื้นที่ๆ เป็นเมืองโบราณ ทำให้การสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีทำได้ยากมาก… ในสมัย 800 ปีก่อนคริสตกาลเมืองฮาลับเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวฮิทไทท์ ก่อนที่จะตกอยู่ภายใต้น้ำมือของจักรวรรดิอัสซีเรีย กรีก และชาวเปอร์เซีย หลังจากนั้น เมืองฮาลับยังถูกยึดครองโดยชาวโรมัน ไบแซนไทน์  อาหรับ และเคยถูกล้อมกรอบ 2 ครั้งในช่วงสงครามครูเสด หลังจากนั้นจึงตกเป็นของชาวมองโกล และจักรวรรดิออตโตมัน ตามลำดับ

2. เมืองบิบลอส (Byblos) ประเทศเลบานอน

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 5,000  ปีก่อนคริสตกาล

เดิมที เมืองนี้ถูกชาวฟินิเชียตั้งชื่อว่า “เกบัล” ภายหลังถูกตั้งชื่อใหม่เป็น “บิบลอส” โดยชาวกรีกที่นำเข้าต้นกกหรือปาปิรุสจากเมืองดังกล่าว… บิบลอส มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ยุคหินใหม่ (ซากโบราณสถานในยุคดังกล่าวยังคงปรากฏให้เห็นตราบจนปัจจุบัน) จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย  อาทิ วัดของชาวฟินีเชีย ปราสาทบิบลอส โบสถ์เซนต์จอห์น เดอะ แบพทิสต์ (สร้างในสมัยสงครามครูเสด) และกำแพงเมืองในยุคกลาง เป็นต้น

1. เมืองเยริโค (Jericho) ในเขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์

เริ่มมีการตั้งรกรากของประชากรเมื่อราว 9,000  ปีก่อนคริสตกาล

เยริโค ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมานักโบราณคดีได้ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีมากกว่า 20 แห่งที่บ่งบอกว่ามีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องในเมืองเยริโค โดยโบราณสถานเก่าแก่ที่สุดมีอายุมากถึง 11,000 ปี หรือเมื่อ 9,000  ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบัน เป็นบ้านของประชากรราว 20,000 คน

ที่มา....http://paow007.wordpress.com

edit @ 11 Jun 2011 09:46:44 by ที่สุดในโลก

 
DF-31A หรือชื่อเต็มคือ Dong Feng 31A ( Dong Feng แปลว่า สายลมตะวันออก "East wind") DF-31 เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป ( Intercontinental ballistic missile ใช้ตัวย่อว่า " ICBM " ) ขีปนาวุธ DF-31A เป็น ขีปนาวุธ ยิงไกลที่สุดในโลก โดยมันได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมมาจากขีปนาวุธ DF-31 โดยเพิ่มขีดความสามารถ และมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
* เข้าประจำการในกองทัพรัสเซียในปี 2007
* ผู้ผลิต Manufacturer Academy of Rocket Motors Technology (ARMT) ของประเทศจีน
* น้ำหนัก 42 ตัน * ความยาว 13 เมตร * เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.25 เมตร
* พลังงานในการขับเคลื่อน เป็น เชื้อเพลิงแข็ง ( Solid fueled )
* ระบบนำทาง Inertial + stellar update * ระยะทางในการยิง จาก 10,000 กิโลเมตร เป็น มากกว่า 16,000 กิโลเมตร
* เพิ่ม เติมระบบ จรวดติดตั้งหัวรบหลายหัวเพื่อยิงไปหลายเป้าหมาย multiple independently targetable reentry vehicle (MIRV) ที่ทำให้สามารถขนหัวรบนิวเคลียร์ขนาด 20-150 กิโลตัน ได้ 3 หัวรบ ในขีปนาวุธ 1 ลูก
รูป ขั้นตอนการทำงานของระบบ multiple independently targetable reentry vehicle (MIRV)
  1. สเตรทที่หนึ่ง ขีปนาวุธยิงออกจากฐานยิงจรวด โดยขับดันด้วย บูสท์มอเตอร์ ( Boot motor ) ตามรูปเป็นท่อน A
  2. หลัง จากยิงจรวดออกจากฐานได้ประมาณ 60 วินาที จรวดส่วน A จะหลุดออก และสเตรทสองจะเริ่มจุดระเบิดต่อ ตามรูปเป็นท่อน B และส่วนที่ปิดหัวรบจะหลุดออก
  3. หลังจากยิงจรวดออกจากฐานได้ประมาณ 120 วินาที จรวดส่วน B จะหลุดออก และสเตรทสามจะเริ่มจุดระเบิดต่อ ตามรูปเป็นท่อน C
  4. หลังจากยิงจรวดออกจากฐานได้ประมาณ 180 วินาที จรวดส่วน C จะหมดกำลังแล้วหลุดออกจาก ส่วน Post-Boost Vehicle (D)
  5. ส่วน Post-Boost Vehicle ประมวลเป้าหมาย และเตรียมพร้อมลงทำลายเป้าหมายตามที่โปรแกรม
  6. ส่วน Post-Boost Vehicle จะปล่อยหัวรบนิวเคลียร์ออกมา พร้อมระบบลวงเพื่อป้องกันการถูกทำลายบนอากาศ ก่อนถึงเป้าหมาย
  7. ระบบล่อลวงทำการแตกตัวอีกครั้งเพื่อลวงอีกจังหวะ
  8. หัวรบนิวเคลียร์เข้าทำลายเป้าหมาย
 
รูป การยิงขีปนาวุธ DF-31A ที่ติดตั้งบนแท่นยิงเคลื่อนที่
 
 
ที่มา...http://wowboom.blogspot.com/2009/05/longest-range-missile.html
หลังจากที่หอเอนเมืองปิซ่า ได้เสียแชมป์ "สิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลก" ให้กับโบสถ์ซูเออร์ฮูเซ่น ในเยอรมันเมื่อ 3 ปีก่อน ล่าสุดได้มีสิ่งก่อสร้างแห่งใหม่ผุดขึ้น ทำลายสถิติสิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสิ่งก่อสร้างที่ว่านี้ ก็คือ ตึกแคปิตอล เกท ในเมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นตึก 35 ชั้นที่สูง 160 เมตรและมีความเอียงถึง 18 องศา ซึ่งถือว่ามากกว่าหอเอนปิซ่าที่มีความเอียงเพียงแค่ 4 องศา และโค่นแชมป์โบสถ์ซูเออร์ฮูเซ่นที่เอียงเพียงแค่ 5 องศาเท่านั้น โดยตึกแคปิตอลเกทนี้จะมีฐาน 12 ชั้นเป็นแนวตั้งฉากกับพื้น แล้วเริ่มเอียงตั้งแต่ชั้นที่ 13 ขึ้นไป สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงแรมและเปิดเป็นสำนักงานให้เช่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่เสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 80% มีกำหนดสร้างเสร็จและพร้อมเข้าอยู่อาศัยได้ภายในปลายปีนี้ ทั้งนี้ กินเนสส์บุ๊คจึงได้บันทึกให้ตึกนี้เป็น "สิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลก" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่นิตยสาร "เนชันแนล จีโอกราฟฟิค" ก็ได้รวมตึกนี้ ให้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ด้วย
 
ที่มา..travel.kapook.com/view13748.html
Giant Petaltail หรือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Petalura ingentissima เป็นแมลงปอ ที่ ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดความกว้างปีก 16 เซ็นติเมตร พบได้ที่ออสเตรเลีย
Meganeuropsis permiana เป็นแมลงปอ ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยอุบัติขึ้นมาบนโดย ด้วยช่วงปีกที่กว้างกว่า 72 เซ็นติเมตร และคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่บิน บนท้องฟ้าได้ โดยซากฟอสซิลอยู่ที่ Permian rocks รัฐ Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
ที่มา...http://wowboom.blogspot.com/2009/05/biggest-dragonfly.html